เปิดประวัติ ANNABELLE DOLL

รูปภาพ
วิญญาณผีอนาเบลล์ (ANNABELLE DOLL) ในเมืองที่สงบเงียบที่มีชื่อว่า “มอนโร” (Monroe) รัฐคอนเนกติกัต (Connecticut) มีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง “วอเรน ออคคอล มิวเซียม” (Warren occult museum) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บสิ่งของที่ต้องอาถรรพณ์และสยองขวัญมากมายอยู่ในที่แห่งนี้ แต่มีสิ่งเดียวที่ทรงพลังในการฆ่าที่สุดเห็นจะไม่พ้น “ตุ๊กตาผีอนาเบลล์” ปี ค.ศ.1970 หญิงสาวนามว่า “ดอนนา” ได้รับตุ๊กตาในวันครบรอบคล้ายวันเกิดปีที่ยี่สิบแปด เธอตั้งชื่อมันว่า “อนาเบลล์” ซึ่งมันจะถูกวางไว้บนเตียงอยู่ตลอดเวลา แต่กระนั้นหลายวันที่ดอนนาสังเกตเห็นตุ๊กตาเปลี่ยนท่าทางในการนอนไปจากเดิม ทั้งมีการไขว้ขาหรือตะแคงนอน ต่อมาเธอพบข้อความต่างๆ เขียนด้วยลายมือว่า “ช่วยด้วย” หรือ “ช่วยพวกเราด้วย” เมื่อมีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น เธอจึงเรียกให้คนทรงมาตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ ซึ่งคำตอบที่เธอได้รับก็คือ มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าตายในห้องนี้และวิญญาณเธอก็ได้สิงเข้าไปยังตุ๊กตาตัวนี้แล้ว แต่เพื่อนชาย “ลูอิส” เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องตลกสำหรับเขา และก็หยอกล้อเล่นกับตุ๊กตาอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งในวันหนึ่งขณะที่เขากำลังงีบหลับอยู่ในห้องนั้น ลูอิสก...
loading...

Friday 13 อาถรรพความกลัวของวันศุกร์ที่ 13

Friday 13 อาถรรพความกลัวของวันศุกร์ที่ 13 บางคนถึงกับจะไม่ไปทำงาน หรือขับรถหรือลุกจากเตียงในวันศุกร์ที่ 13 เป็นวันปล่อยผีของชาวตะวันตก โดยเชื่อกันว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คน 13 คนมานั่งทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันแล้ว คนที่ลุกจากโต๊ะไปเป็นคนแรกจะเป็นคนแรกที่ต้องตาย) แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานใดที่โชคร้าย ! ในโรงพยาบาลหลายๆแห่งจะไม่มีห้องเลขที่ 13 เพราะเชื่อว่าเป็นวันอาถรรพ์ ในขณะที่สนามบินหลายๆแห่งเอง ก็เช่นกันจะไม่มีประตูเลข 13 เช่นกัน อีกทั้ง โรงแรมมากมายยังมีความเชื่อเกี่ยวกับเลขนี้ คำอย่างเป็นทางการสำหรับความกลัวของวันศุกร์ที่ 13 คือ paraskevidekatriaphobia มาจากภาษากรีก 3 คำคือ วันศุกร์ (Paraskevi) สิบสาม (dekatreis) และความหวาดกลัว ( Phobos) ความเชื่อว่าวันศุกร์ที่ 13 คือความโชคร้ายจากตำนานของนอร์สเชื่อกันว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 12 เทพได้เข้าร่วมโดยพระเจ้าที่ 13 โลกิที่เป็นเทพที่โหดร้ายและเจ้าเล่ห์ เขานำมาซึ่งความโชคร้ายอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ ตามตำนานเล่าว่า โลกิได้ไปปาร์ตี้ที่วาลฮาลวาล และได้ปลอมตัวเป็นแม่เฒ่าแก่และฉวยโอกาสจากการต้อนรับของโอดินและพระผู้เป็นเจ้าอนุญาตให้เขาเข้าไปและให้ร่วมรับประทานอาหารด้วย เพราะคิดว่าเขาเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนที่ผ่านเข้ามา วาลฮาลลาเป็นห้องโถงจัดเลี้ยงของเหล่าเทพ พระเจ้าที่เพลิดเพลินกับการฉลองที่ยิ่งใหญ่คือบัลเดอร์ลูกชายของโอดิน เขาทำการปล่อยให้ผู้คนโยนหอกอันแหลมคม ให้กับเขาเพื่อแสดงความแข็งแกร่งและความกล้าหาญของเขา มีแขกรับเชิญ 12 คนอยู่ที่ห้องโถงพวกเขาเป็นสุดยอดนักรบของเทพนอร์ส จนกว่าโลกิจะมาถึง โลกิสคือทริกส์นอร์ส หรือเทพผู้เป็นแขกรับเชิญองค์ที่ 13 กลายเป็น กริม(กบฐ) เมื่อลูกชายอันเป็นที่รักของโอดิน ถูกสังหารเพราะเขาถูกโลกิหลอก โลกิได้ใช้กลอุบายสั่งให้ hod น้องชายของบัลเดอร์ โยนกิ่งพืชกาฝากใส่บัลเดอร์ ทำให้บัลเดอร์ตกลงไปในหุบเขา มิสเซิลโท โลกิเป็นเพียงคนเดียวบนโลกที่สามารถสังหารบุตรชายของโอดิน ได้ โดยในเหตุการณ์นี้ทำให้โลกิได้นำเรื่องสัญญาของ ragnarök ซึ่งในตำนานของนอร์สจะเป็นวันสิ้นโลกเมื่อโอดินคิดจะแก้แค้นโลกิ จะมีการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ระหว่างพระเจ้านี่จะนำพาไปเกี่ยวกับจุดจบของโลก ในที่สุด ! จากมุมมองทางศาสนาคริสจะวันศุกร์เป็นวันที่พระเจ้าทรงสร้างอดัมและอีฟ ตามตำนานมีเล่าว่า อดัมและอีฟกินผลไม้แอปเปิ้ลต้องห้ามของสวนอีเดนในวันศุกร์และต่อมาทั้งสองก็ได้เสียชีวิต ในวันศุกร์และคริสเตียนพิจารณาวันศุกร์เป็นวันที่พระเยซูคริสถูกตรึงกางเขน อีกด้วย ! วันศุกร์เป็นวันที่ใช้ประหารนักโทษ อีกทั้งยังถือเป็นวัน Tip Top Day หรือว่าวันปีศาจนั่นเอง หรือชาวประมงส่วนใหญ่จึงไม่นิยมออกทะเลในวันศุกร์กันเลย ในสมัยโบราณชาวตะวันตกมีความเชื่อว่าห้ามตัดเล็บในวันศุกร์ เพราะแม่มดจะขโมยเล็บเอาไปเสกให้เจ้าของกลายเป็นแม่มด ! ติดตามเรื่องราวต่างๆได้ที่ http://botemoda.com/30tZ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Hedge Witch คืออะไร ?

Black Means Good Luck สีดำหมายถึงโชคดี !

Mandrake (เมนเดร๊ก)