เปิดประวัติ ANNABELLE DOLL

รูปภาพ
วิญญาณผีอนาเบลล์ (ANNABELLE DOLL) ในเมืองที่สงบเงียบที่มีชื่อว่า “มอนโร” (Monroe) รัฐคอนเนกติกัต (Connecticut) มีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง “วอเรน ออคคอล มิวเซียม” (Warren occult museum) ซึ่งเป็นสถานที่เก็บสิ่งของที่ต้องอาถรรพณ์และสยองขวัญมากมายอยู่ในที่แห่งนี้ แต่มีสิ่งเดียวที่ทรงพลังในการฆ่าที่สุดเห็นจะไม่พ้น “ตุ๊กตาผีอนาเบลล์” ปี ค.ศ.1970 หญิงสาวนามว่า “ดอนนา” ได้รับตุ๊กตาในวันครบรอบคล้ายวันเกิดปีที่ยี่สิบแปด เธอตั้งชื่อมันว่า “อนาเบลล์” ซึ่งมันจะถูกวางไว้บนเตียงอยู่ตลอดเวลา แต่กระนั้นหลายวันที่ดอนนาสังเกตเห็นตุ๊กตาเปลี่ยนท่าทางในการนอนไปจากเดิม ทั้งมีการไขว้ขาหรือตะแคงนอน ต่อมาเธอพบข้อความต่างๆ เขียนด้วยลายมือว่า “ช่วยด้วย” หรือ “ช่วยพวกเราด้วย” เมื่อมีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น เธอจึงเรียกให้คนทรงมาตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ ซึ่งคำตอบที่เธอได้รับก็คือ มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าตายในห้องนี้และวิญญาณเธอก็ได้สิงเข้าไปยังตุ๊กตาตัวนี้แล้ว แต่เพื่อนชาย “ลูอิส” เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องตลกสำหรับเขา และก็หยอกล้อเล่นกับตุ๊กตาอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งในวันหนึ่งขณะที่เขากำลังงีบหลับอยู่ในห้องนั้น ลูอิสก...
loading...

พระเจ้าผู้สร้างโลกนั้นคือใคร ?

พระเจ้าผู้สร้างโลกนั้นคือใคร ? ถ้ามองในทางวิทยาศาสตร์แล้ว สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในจักรวาลนี้ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากศูนย์จริงๆครับ เพราะจุดเริ่มต้นของเอกภพเมื่อ 14,000 ล้านปีที่แล้วก็มีขนาดเล็กเพียงแค่ไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น แต่เมื่อ “พระเจ้า” ที่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไร ทำให้เกิดปรากฏการณ์บิ๊กแบงขึ้น เอกภพก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว อนุภาคมูลฐานต่างๆเกิดขึ้นมากมาย จนสุดท้ายส่วนหนึ่งของมันก็ได้กลายมาเป็นบรรดาดวงดาวและโลกของเราในวันนี้ ถ้าเช่นนั้นแล้ว จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า “โลก” ไม่ได้เป็นดาวเพียงแค่ดวงเดียวในเอกภพที่มีสิ่งมีชีวิตอันแสนชาญฉลาดอาศัยอยู่ เพราะดวงดาวทั้งหมดในเอกภพ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นคงจะมีเป็นหลักพันล้านดวงหรือมากกว่านั้น แล้วจะเป็นไปได้หรือไม่ถ้าสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงอื่นที่มีวิทยาการก้าวหน้ากว่าเราจะเคยเดินทางมายังโลกของเราเมื่อนานแสนนานมาแล้ว เพื่อถ่ายทอดวิทยาการต่างๆให้กับบรรพบุรุษ!? ครั้งนี้เราจะมาตามหาหลักฐานต่างๆของ “เอเลี่ยนในโลกดึกดำบรรพ์” กันครับ สถานที่แห่งแรกที่อยากจะพาให้ทุกๆท่านได้ไปรับชมกันก็คือภาพวาดผนังถ้ำในภูเขาคิมเบอร์ลี (Kimberly Mountain) ทางตะวันตกของออสเตรเลีย เมื่อลองเพ่งพินิจพิจารณาภาพที่ปรากฏบนผนังถ้ำก็จะพบว่าแทนที่จะเป็นภาพของมนุษย์กำลังล่าสัตว์ หรือภาพสัตว์ป่าทั่วไปดังที่เราคุ้นเคย ชนเผ่าอะบอริจิน (Aborigine) แห่งออสเตรเลียกลุ่มนี้กลับวาดภาพของสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาดที่มีศีรษะกลมและมีดวงตาสีดำคู่ใหญ่ประดับอยู่ ชวนให้คิดถึง “เกรย์” (Grey) หรือมนุษย์ต่างดาวที่มนุษย์ในยุคปัจจุบันเคยประสบพบเห็นกันเป็นอย่างมาก นักวิชาการเรียกภาพวาดเหล่านี้ว่า “แวนด์จินา” (Wandjina) ซึ่งชนเผ่าอะบอริจินนับถือเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของก้อนเมฆและฝน ภาพวาดเหล่านี้คาดว่าน่าจะวาดขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งหมื่นถึงสามหมื่นปีมาแล้ว จากนั้นเราข้ามทะเลมายังดินแดนทวีปแอฟริกากันบ้างครับ ในทะเลทรายซาฮาร่า ถ้ำในภูเขาทัสซีลี (Tassili) ทางตอนเหนือของแอฟริกาปรากฏภาพวาดอายุร่วมแปดพันปีของสิ่งมีชีวิตปริศนาที่เหมือนมนุษย์แต่มีศีรษะกลมเกลี้ยงคล้ายกับว่าสวมหมวกของชุดอวกาศอยู่ก็ไม่ปาน อีกทั้งเมื่อลองมองไปที่มุมขวาบนของภาพนักบินอวกาศโบราณแห่งแอฟริการ่างนี้แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นภาพของวงรีปริศนาคล้ายจานบินปรากฏอยู่เคียงกัน ซึ่งยังไม่มีใครให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลของภาพวาดปริศนานี้ได้อย่างแน่ชัดเลยสักราย ชนเผ่าโฮปี (Hopi) ในรัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกาก็มีตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่า บรรพบุรุษของพวกเขาเดินทางมาจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้น และเยี่ยมเยียนดาวดวงอื่นๆมามากมายก่อนที่จะสิ้นสุดจุดหมายปลายทางลงที่โลกของเราใบนี้ ภาพสลักมากมายของชนเผ่าโฮปีเป็นภาพที่ดูแล้วยากที่จะอธิบายว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่ ภาพของมนุษย์ที่ปรากฏก็ดูไม่ค่อยเหมือนมนุษย์ทั่วไปบนโลก นอกจากตำนานต่างๆที่เล่าไปแล้ว ก็ยังมีภาพของนักบินอวกาศโบราณอีกมากมายที่โชว์ตัวกันบนผนังถ้ำเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดอายุราวหมื่นปีจากประเทศอิตาลี ที่แสดงภาพของมนุษย์ที่เสมือนว่าอยู่ในชุดอวกาศสองคนในท่าทางที่คล้ายกับว่า กำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศนอกโลก และภาพวาดบนผนังถ้ำจากรัฐยูทาห์ (Utah) สหรัฐอเมริกา อายุประมาณ 7,500 ปีที่แสดงภาพของมนุษย์ประหลาด ผิวสีแดงมีดวงตากลมโตผิดปกติ บางคนดูเหมือนสวมหมวก บางคนมีเสาประหลาดโผล่ออกมาจากศีรษะ ประหนึ่งเป็นเครื่องส่งสัญญาณของชุดอวกาศยังไงยังงั้น!! แน่นอนครับว่าเราไม่มีทางเข้าใจนามธรรมของชนเผ่าโบราณเหล่านี้ได้อย่างถ่องแท้ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถ (และไม่สมควร) สรุปอย่างแน่ชัดว่ารูปที่เห็นนี้จะเป็นมนุษย์ต่างดาวดึกดำบรรพ์ที่มาเยือนชนเผ่าโบราณของเรา เพราะถ้าวิเคราะห์จากภาพวาดผนังถ้ำทั่วไปแล้วก็จะพบว่า คนสมัยโบราณเมื่อกว่าหมื่นปีที่แล้วส่วนใหญ่ไม่ค่อยสลักภาพของมนุษย์ในลักษณะสมจริงถึงขั้น “ภาพเหมือน” เท่าใดนัก ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับลัทธิพิธีกรรมต่างๆที่ประกอบกันในยุคโบราณมากกว่า !! ติดตามเรื่องราวต่างๆได้ที่ http://botemoda.com/30tZ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Hedge Witch คืออะไร ?

Black Means Good Luck สีดำหมายถึงโชคดี !

Mandrake (เมนเดร๊ก)